ยูพีวีซีหรือไวนิล กับความปลอดภัย

พลาสติกคืออะไรและข้อมูลเกี่ยวกับการรีไซเคิล

      พลาสติกเป็นวัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากความสะดวกในการใช้ ราคาไม่แพง น้ำหนักเบา และสามารถทำให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ เช่น ฟิล์มหรือไฟเบอร์ ได้ พลาสติกเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์โดยเป็นวัสดุสำหรับการผลิตของเล่น ภาชนะใส่อาหาร เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น เลนส์ ส่วนประกอบในสายไฟท่อน้ำ อุปกรณ์ประกอบในรถยนต์ สารเคลือบภายในกระป๋องหรือกล่องบรรจุอาหาร เป็นต้น อย่างไรก็ตามปัจจุบันความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ความปลอดภัย และการบังคับควบคุมการใช้พลาสติกยังไม่ทันสมัยเพียงพอดังนั้นการรู้จักพลาสติกชนิดต่างๆจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิตในปัจจุบัน

      พลาสติกเป็นพอลิเมอร์ที่ได้จากการโพลิเมอไรเซชั่น ของโมโนเมอร์ภายใต้ความร้อนและความดันสูง ในการผลิตจะต้องมีสารเติมแต่งหลายชนิด ได้แก่พลาสติกไซเซอร์ (plasticizer) ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น, สารกรองยูวี (UV filter) ป้องกันแสง, สารต้านไฟฟ้าสถิต, สารต้านการติดไฟ, สี, สารต้านการเกิดออกซิเดชั่น, โลหะหนัก เช่น แคดเมี่ยม ปรอท และตะกั่วเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสารเคมีที่ต้องเติมเพื่อช่วยในขั้นตอนการผลิตเช่นทำให้หลุดจากแม่พิมพ์ (moldrelease)

      พัฒนาการของพลาสติกเริ่มจากการใช้วัตถุดิบธรรมชาติ เช่น หมากฝรั่งเชลแล็ค ต่อมามีการปรับปรุงโครงสร้างทางเคมีของวัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น ยางธรรมชาติไนโตรเซลลูโลส คอลลาเจน จนกระทั่งเกิดการพัฒนาโมเลกุลสังเคราะห์ในที่สุด เช่น พวกสารอีพอกซี่โพลีไวนิลคลอไรด์ โพลีเอธิลีน

      ในช่วงคริสศตวรรษ 1990 ได้มีการนำพลาสติกกลับมาเวียนทำใหม่ (plastic recycling program) พลาสติกกลุ่ม thermoplasticสามารถนำกลับมาหลอมและใช้ใหม่ได้ ส่วนกลุ่ม thermoset สามารถนำมาบดและใช้เป็น filler ปัจจุบันมีการแบ่งประเภทของผลิตภัณฑ์จากพลาสติกตามชนิดของพลาสติกเพื่อประโยชน์ในการเวียนทำใหม่ โดยให้สัญลักษณ์เป็นตัวเลข ดังนี้

plast

อ่านเพิ่มเติม

upvc1

Figure: www.pvc.org

1.วัสดุพีวีซี ยังสามารถลดการใช้พลังงานธรรมชาติได้เป็นอย่างดี เพราะวัสดุพีวีซีนั้นเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดีถึง 3 เท่าของวัสดุอลูมิเนียม ผลิตภัณฑ์ประเภทกรอบประตูและหน้าต่างที่ทำจาก พีวีซีจึงช่วยลดการใช้งานของแอร์และค่าไฟ

2.พีวีซีสามารถรีไซเคิลได้ 100% ซึ่งช่วยในการลดการใช้วัสดุธรรมชาติ

3.พีวีซีเป็นวัสดุที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 5-50 ปี ซึ่งช่วยในการลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง หากใช้วัสดุอื่น ลดการใช้พลังงานธรรมชาติ และลดการปลดปล่อยสาร คาร์บอนไดออกไซด์ จากการต้องซ่อมบำรุง

การเกิดเปลวไฟ (Flammability)

ความง่ายของการเกิดเปลวไฟ โดยจะวัดได้ในรูปของ Limiting Oxygen Index Test (LOI) ซึ่งเป็นความเข้มข้นของออกซิเจน/ไนโตรเจน ที่จำเป็นในการทำให้เกิดการเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง (อากาศมีออกซิเจน 21%)วัสดุที่มีLOI สูงกว่า 21% จะไม่ติดไฟที่อุณหภูมิห้อง แต่ถ้า LOI ต่ำกว่า 25% วัสดุนั้นจะสามารถติดไฟได้ จากการให้ความร้อนสูง

สำหรับPVC แข็งและนิ่มนั้นจะมีค่า LOI อยู่ในช่วง 45-50% และ 21-36% ตามลำดับ ซึ่งจะเห็นได้ว่าโดยทั่วไปแล้วพีวีซีแข็ง และนิ่ม จะไม่ติดไฟด้วยตนเอง ถ้าไม่มีแหล่งความร้อนอื่นๆ


ปริมาณความร้อนที่ปล่อยออกมาและการลุกลามของไฟ

พีวีซีมีอัตราการปลดปล่อยความร้อนที่ช้ากว่าจึงทำให้วัสดุข้างเคียงเกิดการติด ไฟได้ยาก จากการทดสอบการเผาไหม้ของพีวีซีในประเทศต่างๆพบว่า พีวีซีเป็นวัสดุที่ดีที่สุดในการใช้งานประเภทวัสดุก่อสร้าง เพราะเมื่อเกิดการเผาไหม้พีวีซีจะไม่หยุด แต่จะเกิดเป็นก้อนคาร์บอน และก๊าซของกรดเกลือ(HCL)ซึ่งจะขัดขวางการลุกลามของไฟ

อ่านเพิ่มเติม