ยูพีวีซีหรือไวนิล แตกต่างจากวัสดุพลาสติกอื่น ๆ อย่างไร

1.ความแตกต่างระหว่าง ยูพีวีซีหรือไวนิล และ พีวีซี

พีวีซี หรือที่รู้จักในต่างประเทศกันในนามพีวีซีโฟม มีความใกล้เคียงกับยูพีวีซีหรือไวนิลมาก แตกต่างกันแค่สารปรุงแต่งที่ใส่เพิ่มขึ้นในพีวีซี สารนี้มีชื่อว่า พลาสติไซเซอร์ ซึ่งเป็นสารชนิดที่ใส่เพื่อให้ค่าการอ่อนตัวที่มากขึ้น แต่ก็ทำให้ค่าความคงทนต่อแดด รังสียูวี และความร้อนลดลงมากในผลิตภัณฑ์พีวีซี

13 pvc1
uPVC PVC


      ประเทศที่มีการผลิตและใช้งานพีวีซีเป็นอย่างมาก เช่น เยอรมนี ได้มีการอธิบายเกี่ยวกับคุณสมบัติว่า “(พีวีซี) เป็น เทอร์โมพลาสติกที่ผลิตจากสาร คลอรีน 57% ซึ่งได้มาจากเกลืออุตสาหกรรม และ 43% คาร์บอน ซึ่งได้มาจากน้ำมันบริสุทธิ์หรือก๊าซธรรมชาติ แต่พลาสติกชนิดอื่นเช่น พีอี พีพี พีอีที และ พีเอส ใช้วัตถุดิบธรรมชาติล้วนๆ ฉะนั้นพีวีซีจึงมีส่วนช่วยในการประหยัดการใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่สิ้นเปลืองและไม่สามารถผลิตขึ้นใหม่ได้ ส่วนผสมของสารคลอรีนยังช่วยให้พีวีซีมีความคงทนต่อไฟสูงและมีคุณสมบัติที่ไม่ลามไฟ

      ผลิตภัณฑ์พีวีซีได้รับความนิยมในการใช้งานอย่างมากในวัสดุที่ไม่เผชิญกับแดดโดยตรง เพราะเป็นวัสดุที่เบา อ่อนตัว ถูก และทนทาน จึงใช้ในงาน เช่น สายไฟ ท่อน้ำ พื้นรองเท้า ขวดพลาสติก ของเล่นเด็ก ฯลฯ

คุณสมบัติของ พีวีซี และ ยูพีวีซีหรือไวนิล

 Property

 Rigid PVC 

 Flexible PVC

 Density [g/cm3] [8]

 1.3–1.45 

 1.1–1.35

 Thermal conductivity [W/(m•K)][9]

 0.14–0.28

   0.14–0.17

 Yield strength [MPa][8]

 31–60

 10–25

 Young's modulus [psi]

 490,000[10]

 

 Flexural strength (yield) [psi]

 10,500[10]

 

 Compression strength [psi]

 9500[10]

 

 Coefficient of thermal expansion (linear) [mm/(mm °C)]

 5×10−5[10]

 

 Vicat B [°C][9]

  65–100

 Not recommended

 Resistivity [Ωm][11][12]

 1016

 1012–1015

Surface resistivity [Ω][11][12]

 1013–1014

 1011–1012

 

2.ความแตกต่างระหว่าง ยูพีวีซีหรือไวนิล และ พีเอ็มเอ็มเอ

      พีเอ็มเอ็มเอ Polymethyl Methacrylate หรือที่รู้จักกันในนาม อะคริลิก เป็นการทำปฏิกิริยากันของสาร เมทิล เมทาไครเลท ผ่านวิธี โพลิเมอร์ลิเซชั่น ทำให้ได้เทอร์โมพลาสติกที่โปร่งแสง ใช้ในงานที่ต้องการความโปร่งแสงและทนต่อการร้าวและแตกหัก จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่นิยมใช้แทนกระจก และยังสามารถใช้แทนผลิตภัณฑ์ โพลีคาร์บอนเนต ในงานที่ไม่ต้องการความแข็งแรงมากนัก และพีเอ็มเอ็มเอยังไม่มีสารอันตรายชื่อ บีสเฟิ่นนอล ที่มีในโพลีคาร์บอนเนตอีกด้วย จึงทำให้พีเอ็มเอ็มเอเป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลายเพราะมีราคาถูก ง่ายในการใช้งาน และคุณสมบัติที่ดีปานกลาง

การใช้งาน

      พีเอ็มเอ็มเอ สามารถทำสีและทำให้โปร่งแสงหรือใสได้ มีการใช้งานในอุตสาหกรรม รถยนต์ แว่นตา หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน คุณสมบัติของ พีเอ็มเอ็มเอที่คงทน ไม่บิดตัว ทำให้ดีต่อการทำแผ่นป้ายโฆษณาระยะสั้น และมีการใช้งานพีเอ็มเอ็มเอเป็นส่วนหนึ่งของหลังคาและการป้องกันน้ำ โดยการประกบวัสดุที่เป็นโพลีเอสเตอร์ระหว่างพีเอ็มเอ็มเอ 2 ข้างนั้น จะทำให้กลายเป็นวัสดุที่ทนต่อการซึมของน้ำ เป็นวัสดุที่มีความอ่อนตัวแต่ในขณะเดียวกันก็เป็นวัสดุที่ไม่สามารถจะบิด ฉีกขาด หรือเจาะ ได้

13 14
uPVC Poly Methyl Methacrylate(PMMA)

3.ความแตกต่างระหว่าง ยูพีวีซีหรือไวนิล และโพลีคาร์บอนเนต (พีซี)
      โพลีคาร์บอนเนต Polycarbonate เป็นแผ่นพลาสติกใส โปร่งแสง แผ่นโพลีคาร์บอนเนตเกิดจากการทำปฏิกิริยากันของสาร คาร์บอนเนต ต่างๆ ผ่านวิธี โพลิเมอร์ลิเซชั่น ทำให้ได้เทอร์โมพลาสติก ที่มีคุณสมบัติที่ดีสำหรับใช้เสริมในการมองเห็น และถ้าเป็นสินค้าเกรดดี คุณสมบัติเช่นความคงทนต่ออากาศ และการชน จะดียิ่งขึ้น แผ่นโพลีคาร์บอนเนตนั้นมีส่วนด้อยคือ แตกง่ายและสามารถงอได้ที่อุณหภูมิปรกติ ในขณะที่แผ่น พีเอ็มเอ็มเอ ไม่งอ

การใช้งาน

      โพลีคาร์บอนเนตนิยมใช้ในงานอุตสาหกรรมพลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติก เพราะคุณสมบัติดังกล่าวทำให้โพลีคาร์บอนเนตใช้ผลิตออกมาเป็นท่อ แผ่น และงานขึ้นแม่พิมพ์ และยังสามารถผลิตวัสดุก่อสร้างเช่น โดมใส ผนังใสและเป็นแผ่นกันเสียง

13 12
uPVC Polycarbonate(PC)

 

4.ความแตกต่างระหว่าง ยูพีวีซีหรือไวนิล , พีอี และ อีวีเอโฟม
      พีอี หรือ พอลิเอทิลีน Polyethylene เกิดจากการทำปฏิกิริยากันของสาร อีไทลีน ผ่านวิธี โพลิเมอร์ลิเซชั่น ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติในการลอยตัวสูงคุณสมบัติอื่นๆคล้ายกับผลิตภัณฑ์จากพลาสติก เช่น ไม่ย่อยสลายในน้ำ กันความร้อนเย็น ละลายในอุณหภูมิสูง ไร้สาร ซีเอฟซี และดีต่อโอโซน ซึ่งค่าต่างๆเหล่านี้จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสารเคมีและคุณสมบัติของสาร ทำให้การใช้งานที่เหมาะสมต้องขึ้นอยู่กับเนื้องาน

การใช้งาน
      แผ่น พีอี นิยมใช้กันในอุตสาหกรรมการห่อ แผ่นกันความร้อน ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความลอยตัว

13 16
uPVC Polyethylene(PE)

 

      อีวีเอ โฟม EVA Foam เกิดจากการทำปฏิกิริยากันของสาร อีไทลีน และ ไวนิล แอสเซอร์เทต ผ่านวิธี โพลิเมอร์ลิเซชั่น ทำให้ได้อีวีเอ โฟม ที่มีคุณสมบัติที่เบา นิ่ม สามารถผ่านกรรมวิธีทำรูปทรงด้วยความร้อน หรือเย็น ผลิตภัณฑ์อีวีเอ ไม่แข็งและไม่คงทนต่อความร้อนได้มากเท่าผลิตภัณฑ์พีอี

การใช้งาน

อีวีเอ โฟม นิยมใช้กันในอุตสาหกรรมการห่อ เครื่องกีฬา แผ่นรองรองเท้า วัสดุรับแรงสั่นสะเทือน ของเล่นเด็ก และอุปกรณ์การแพทย์บางชนิด

13 17
uPVC Ethylene Vinyl Acetate(EVA Foam)


5.ความแตกต่างระหว่าง ยูพีวีซีหรือไวนิล และ เอบีเอส
      เอบีเอส Acrylonitrile - Butadiene - Styrene เกิดจากการทำปฏิกิริยากันของสาร 3 ชนิด คือ สไตรีน อาร์ไคร์ลอนนีไทล์ และ โพลีบูทาร์ดีน ผ่านวิธี โพลิเมอร์ลิเซชั่น ทำให้ได้เอบีเอส หรือ อาไคร์ลอนนีไทล์ บูทาร์ดีน สไตรีน แต่ เอบีเอส ไม่สามารถกันรังสี ยูวีได้ และง่ายแก่การแตกหักเอบีเอสนิยมใช้กันในอุตสาหกรรมรถยนต์และคอมพิวเตอร์

 

13 18
uPVC PVC

 

6.ความแตกต่างระหว่าง ยูพีวีซีหรือไวนิล และโพลีเอทิลีนเทอพาทาเลท(พีอีที)

      พลาสติกโพลีเอทิลีนเทอพาทาเลท (Polyethylene Terephthalate) หรือที่เรียกกันโดยย่อว่า “เพท” (PET) เป็นพลาสติกเทอร์โมพลาสติก ที่ผลิตขึ้นได้จากปฏิกิริยาเคมีระหว่างสารเอทิลีนไกลคอลและไดเมทิลเทอพาทาเลต หรือระหว่างสารเอทิลีนไกลคอลและกรดเทอพาทาลิก พลาสติกเพทนี้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีเนื้อใส (A-PET) และกลุ่มที่เป็นผลึกสีขาว (C-PET) เพทมีคุณสมบัติที่สามารถทำเป็นพลาสติกที่มีลักษณะกึ่งแข็งไปจนถึงเป็นของแข็งได้โดยการปรับความหนา และมีน้ำหนักเบา กันก๊าซและแอลกอฮอล์ได้ดี
ใช้ทำถังพลาสติก ขวดพลาสติก ภาชนะใส่อาหารชนิดใส ของเล่น ไม้บรรทัดพลาสติก โครงด้านนอกของโทรทัศน์ ชิ้นส่วนตู้เย็น ชิ้นส่วนภายในรถยนต์ นอกจากนี้ ยังใช้ผลิตโฟมกันกระแทกอีกด้วย

การใช้งาน

      ใช้ทำถังพลาสติก ขวดพลาสติก ภาชนะใส่อาหารชนิดใส ของเล่น ไม้บรรทัดพลาสติก โครงด้านนอกของโทรทัศน์ ชิ้นส่วนตู้เย็น ชิ้นส่วนภายในรถยนต์ นอกจากนี้ยังใช้ผลิตโฟมกันกระแทกอีกด้วย

13 istock
uPVC Polycarbonate(PC)

 

7.ความแตกต่างระหว่าง ยูพีวีซีหรือไวนิล และพอลิโพรไพลีน(พีพี )

      พีพี หรือพอลิโพรไพลีน Polypropylene เป็นเทอร์โมพลาสติก พอลิเมอร์ที่มีโครงสร้างเป็นเส้นตรงประกอบด้วยโมโนเมอร์ของพอลิโพรไพลีน หลายๆ ตัว เกิดจากปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชันของก๊าซ โพรไพลีน โดยมีตัวเร่งปฏิกิริยาเป็นสารประกอบพวกโลหะ เช่น ไทเทเนียมคลอไรด์ การใช้ชนิดของตัวเร่งปฏิกิริยาและสภาวะของการเกิดปฏิกิริยาที่แตกต่างกัน ทำให้ได้พอลิโพรไพลีนที่มีการจัดเรียงโครงสร้างต่างกัน 3 ชนิดคือ isotactic syndiotactic และ atactic ขึ้นอยู่กับทิศทางการจับของหมู่เมธิลกับอะตอมคาร์บอน พอลิโพรไพลีนชนิด isotactic นำมาผลิตเป็นพลาสติกใช้อยู่โดยทั่วไป เนื่องจากโครงสร้างมีการจัดเรียงของหมู่เมธิลอยู่ด้านเดียวกันอย่างเป็นระเบียบจึงมีความเป็นผลึกสูง ทำให้พอลิเมอร์มีความแข็ง ทนทาน

การใช้งาน

      ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพอลิโพรไพลีนที่พบเสมอคือ กล่องเครื่องมือ กระเป๋า ปกแฟ้มเอกสาร กล่องและตลับเครื่องสำอาง เครื่องใช้ในครัวเรือน กล่องบรรจุอาหาร อุปกรณ์ของรถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุบรรจุภัณฑ์ในอุตสาหกรรม อุปกรณ์ทางการแพทย์ ขวดใส่สารเคมี กระป๋องน้ำมันเครื่อง กระสอบข้าว และถุงบรรจุปุ๋ย

13 288328
uPVC Acrylonitrile-butadiene-styrene(ABS)

 

8.ความแตกต่างระหว่าง ยูพีวีซีหรือไวนิล และโพลีสไตรีน (พีเอส)

   โพลีสไตรีน (อังกฤษ: Polystyrene, PS) เป็นพลาสติกที่ผลิตขึ้นมาจากสไตรีนโมโนเมอร์ ซึ่งเป็นสารไฮโดรคาร์บอนที่ได้จากปิโตรเลียม โพลีสไตรีนเป็นพลาสติกชนิดเทอร์โมพลาสติก โพลีสไตรีนแข็งที่บริสุทธิ์จะไม่มีสี ใส แต่สามารถทำเป็นสีต่าง ๆได้ และยืดหยุ่นได้จำกัด

   โพลีสไตรีนที่ใช้กันอยู่ทั่วไปส่วนใหญ่เป็นชนิดที่เรียกว่า expanded polystyrene (EPS) เป็นชนิดที่ได้จากการผสมโพลีสไตรีนร้อยละ 90-95 กับสารทำให้ขยายตัว (ที่ใช้กันมากคือเพนเทนหรือคาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อก่อนใช้ ซีเอฟซี ซึ่งเป็นสารทำลายชั้นโอโซน) ร้อยละ 5-10 พลาสติกที่เป็นของแข็งถูกทำให้เป็นโฟมโดยการใช้ความร้อน (มักเป็นไอน้ำ) โพลีสไตรีนอีกชนิดหนึ่งคือ Extruded polystyrene (XPS) มีชื่อทางการค้าที่แพร่หลายคือ Styrofoam เป็นชนิดที่มีการเติมอากาศไว้ในช่องว่างตามเนื้อโฟมทำให้มีค่าการนำความร้อนต่ำ ใช้ในงานก่อสร้าง และใช้เป็นฉนวนกันความร้อนในอาคาร และยังมีชนิดที่เป็นแผ่นเรียกว่า Polystyrene Paper Foam (PSP) ใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหาร เช่นกล่องหรือถาดใส่อาหาร เบนซีน (เป็นสารก่อมะเร็ง)